Rocket Media Lab: รอบ 11 ปี ไทยร้อนมากแค่ไหน และแต่ละจังหวัดเหมือนหรือต่างกันอย่างไร auser15 Wed, 2026-04-22 - 13:08 อุณหภูมิเฉลี่ยรายปีของประเทศไทยระหว่างปี 2558-2568 มีอุณหภูมิเฉลี่ยรายปีมากกว่าหรือเท่ากับอุณหภูมิปกติตามคาบ 30 ปี ของกรมอุตุนิยมวิทยา แม้จะมีการปรับสูงขึ้นตามอุณหภูมิที่เปลี่ยนไปจาก 27.1 องศาเซลเซียส เป็น 27.4 องศาเซลเซียสก็ตาม ปี 2567 เป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ สูงที่สุดในรอบ 74 ปี (พ.ศ. 2494–2567) ส่วนหนึ่งเป็นผลจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่เกิดระหว่างพฤศจิกายน 2566 ถึงเมษายน 2567 อุณหภูมิสูงสุดรายวันของปีเฉลี่ย 10 ปี (2559-2568) ของทั้งประเทศอยู่ที่ 39.72 องศาเซลเซียส จังหวัดตาก ลำปาง แม่ฮ่องสอน เพชรบูรณ์ ติดอันดับ 10 จังหวัดที่มีอากาศร้อนที่สุด บ่อยที่สุด เมื่อวิเคราะห์อุณหภูมิสูงสุดรายวันของแต่ละปีแต่ละจังหวัดระหว่างปี 2558-2568 โดยเปรียบเทียบระหว่างอุณหภูมิสูงสุดรายวันที่ต่ำที่สุด และอุณหภูมิสูงสุดรายวันที่สูงที่สุดในรอบ 11 ปีของจังหวัดนั้น พบว่า อุทัยธานี มีส่วนต่างมากที่สุด ถึง 7.5 องศาเซลเซียส ตราด เป็นจังหวัดที่มีความแตกต่างน้อยที่สุดเพียง 1.0 องศาเซลเซียส ในปี 2567 ประเทศไทยเผชิญกับสภาวะวิกฤตความร้อนรุนแรงที่สุด จังหวัดส่วนใหญ่ทำสถิติอุณหภูมิสูงสุดใหม่ (New High) เมื่อเทียบกับอดีต เช่น นครพนม ที่พุ่งไปถึง 43.0 จากค่าเฉลี่ยเดิมที่ต่ำกว่านั้นมาก โดยปี 2567 อุณหภูมิสูงสุดรายวันเฉลี่ยทั่วประเทศสูงถึง 41.5 องศาเซลเซียสและมีจังหวัดที่เกิน 40 องศาเซลเซียส มากถึง 55 จังหวัด เดือนเมษายน ปี 2567 หลายจังหวัดที่มีจำนวนวันที่อุณหภูมิพุ่งสูงเกิน 40 องศาเซลเซียสติดต่อกันนานถึง 30 วันเต็ม กลุ่มจังหวัดที่ร้อนจัดยาวนานที่สุด ซึ่งร้อนเกิน 40 องศาเซลเซียสจำนวน 28-31 วันติดต่อกันหลายปี โดยเฉพาะเดือนเมษายนคือ กาญจนบุรี แม่ฮ่องสอน ลำปาง และ ลำพูน หลายจังหวัดเช่น กรุงเทพฯ ต้องเผชิญกับปัญหาเกาะความร้อนในเมือง (Urban Heat Island) ที่เมืองมีอุณหภูมิสูงกว่าพื้นที่รอบนอก ช่วงกลางคืนที่มีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ สาเหตุสำคัญมาจากความหนาแน่น ระยะห่าง และความสูงของอาคาร ที่ส่งผลต่อทิศทางลม การระบาย อากาศ ตลอดจนโครงการก่อสร้างที่ใช้วัสดุที่ดูดซับและกักเก็บความร้อนได้ดี ภัยความร้อนทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกปี ในช่วงฤดูร้อนไม่กี่ปีที่ผ่านมา เรามักได้ยินการแจ้งเตือนใหม่ นอกจากค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศแล้ว ยังมีค่าดัชนีความร้อน (heat index) ควบคู่กันมาด้วย ข้อมูลการเฝ้าระวังการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตด้วยโรคจากความร้อน กรมอนามัย ชี้ว่า ปี 2562 – 2566 มีผู้เสียชีวิตสะสม 131 คน เฉลี่ย 26.1 รายต่อปี ส่วนในปี 2567 กรุงเทพฯ พบผู้ป่วยจากสภาวะอากาศร้อน สูงถึง 68 ราย ขณะที่ใน จังหวัดอื่นๆ พบผู้เสียชีวิต 63 รายใน 31 จังหวัด ส่วนในปี 2568 สถิติลดลง ทั่วประเทศมีผู้เสียชีวิตลดลงเหลือ 21 คน ส่วนกรุงเทพฯ มีผู้ป่วยลดลงเหลือ 10 ราย ตามสภาพอากาศที่ร้อนน้อยลง นอกจากนี้ใน รายงานดัชนีความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Risk Index: CRI) ประจำปี 2026 โดย Germanwatch ซึ่งวิเคราะห์ผลกระทบของสภาพอากาศสุดขั้ว เช่น พายุ น้ำท่วม คลื่นความร้อน และภัยแล้ง จากฐานข้อมูล ระบุว่า ในปี 2567 ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในประเทศที่มีความเสี่ยงสูงเป็นอันดับที่ 17 ของโลก ที่จะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วมากที่สุด โดดขึ้นมาจากอันดับ 69 ในปี 2566 ในปี 2569 ที่มีการคาดการณ์กันว่า อากาศร้อนจัดและรุนแรงขึ้นจากปรากฏการณเอลนีโญ (El Niño) Rocket Media Lab สำรวจความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิตลอด 11 ปีที่ผ่านมาของไทย โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนว่า ร้อนมากแค่ไหน และแต่ละจังหวัดเหมือนหรือต่างกันอย่างไร 11 ปี อุณหภูมิเฉลี่ยรายปีของประเทศไทยไม่เคยต่ำกว่าค่าปกติ อุณหภูมิเฉลี่ยรายปีของประเทศไทยระหว่างปี 2558-2568 มีอุณหภูมิเฉลี่ยรายปีมากกว่าหรือเท่ากับอุณหภูมิปกติตามคาบ 30 ปี ของกรมอุตุนิยมวิทยา แม้จะมีการปรับสูงขึ้นตามอุณหภูมิที่เปลี่ยนไปจาก 27.1 องศาเซลเซียส เป็น 27.4 องศาเซลเซียสก็ตาม ในแง่หนึ่งฐานอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นก็สะท้อนให้เห็นว่าสภาพอากาศโดยรวมของไทยร้อนขึ้น ก่อนหน้าปี 2565 ซึ่งอ้างอิงกับค่าปกติคาบ 30 ปี พ.ศ.2524-2553 ซึ่งอุณหภูมิปกติอยู่ที่ 27.1 องศาเซลเซียส ในช่วง 2558-2564 ซึ่งอ้างอิงจากสถิติคาบ พ.ศ. 2524–2553 ซึ่งมีอุณหภูมิปกติอยู่ที่ 27.1 องศาเซลเซียส พบว่าทุกปีมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าปกติทั้งหมด ความร้อนรุนแรงที่เราเผชิญกันอยู่ในปัจจุบันเป็นผลมาจากหลายปัจจัย อิทธิพลจากปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) และลานีญา (La Niña) ตลอดจนภาวะโลกรวน เอลนีโญมักทำให้ประเทศไทยเผชิญกับอากาศร้อนจัดและภัยแล้งรุนแรง โดยเฉพาะในปี 2558 และ 2559 ที่สูงกว่าค่าปกติอย่างชัดเจน สอดคล้องกับการเกิดป รากฏการณ์เอลนีโญรุนแรงทั่วโลกในช่วงปี 2558-2559 หลายประเทศในเอเชียเผชิญกับสภาพภูมิอากาศที่ร้อนกว่าปกติ เช่น คลื่นความร้อนในอินเดีย อุณหภูมิเฉลี่ยสูงเกิน 45 องศาเซลเซียส และบางพื้นที่สูงเกิน 48 องศาเซลเซียส ขณะเดียวกันทวีปยุโรปมีอุณหภูมิเฉลี่ยร้อนมากเป็นอันดับที่ 2 ของประวัติศาสตร์ ปี 2562 เป็นปีที่ร้อนจัดขึ้นมาอย่างชัดเจน โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ย 28.1 องศาเซลเซียส สูงกว่าปกติ 1.0 องศาเซลเซียส ซึ่งจัดว่าสูงเป็นอันดับ 1 ในรอบ 69 ปี และในปีนี้มีปริมาณฝนน้อยกว่าที่เคยเกิดขึ้นเป็นส่วนใหญ่ สาเหตุมาจากช่วงครึ่งแรกของปี อุณหภูมิผิวน้ำทะเลเฉลี่ยบริเวณตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรมีค่าสูงกว่าปกติประมาณ 0.5 -1.0 องศาเซลเซียส ซึ่งเกิดต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561 หรือที่เรียกว่าเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังอ่อน (Weak El Nino) ขณะที่ช่วงครึ่งหลังของปีเกิดความผิดปกติของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรอินเดีย จนเกิดปรากฏการณ์ Positive Indian Ocean Dipole (Positive IOD) ทั้งสองปรากฏการณ์นี้ืส่งผลให้มรสุมที่พัดเข้าประเทศไทยมีกำลังอ่อนกว่าปกติ ไทยจึงมีฝนน้อยกว่าปกติ จากนั้นปี 2563 ยังคงร้อนต่อเนื่องด้วยอุณหภูมิเฉลี่ยที่ 28 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงเป็นอันดับ 2 ในรอบ 70 ปี ณ เวลานั้น ในปี 2564 แม้อุณหภูมิเฉลี่ยจะลดลงจากปีก่อนหน้า อยู่ที่ 27.5 องศาเซลเซียส แต่ก็ยังสูงกว่าค่าปกติ 0.4 องศาเซลเซียส แม้ในเวลาต่อมากรมอุตุนิยมวิทยาจะปรับค่าปกติคาบ 30 ปี (ตามคาบ พ.ศ.