สำรวจการเดินทางสู่ ‘การประนอมภาคบังคับ’ พื้นที่พิพาททะเลไทย-กัมพูชา See Think Fri, 2026-06-12 - 15:36 ประชาไทชวนทำความเข้าใจและไล่เรียงการเดินทางจากทวิภาคีสู่กลไกระหว่างประเทศภายใต้ UNCLOS ของไทยและกัมพูชาว่ามีความเป็นไปอย่างไรบ้าง ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งทั่วไปพ.ศ. 2569 พรรคภูมิใจไทยชูนโยบาย ‘ยกเลิก MOU44’ ทันที เป็นการมองกันว่านี่คือการเล่นกับความรู้สึกชาตินิยมของคนไทยจำนวนมากที่ยังอารมณ์ค้างจากการปะทะเมื่อปีก่อน ท้ายที่สุดนายกฯอนุทิน ก็ชนะการเลือกตั้ง ในจังหวะนี้เอง กัมพูชาให้สัตยาบันรับรองอนุสัญญา UNCLOS 1982 อนุสัญญานี้จึงเริ่มมีผลบังคับใช้กับกัมพูชาตั้งแต่ 8 มีนาคม ที่ผ่านมา ทำให้ทั้งสองประเทศอยู่ภายใต้กติกาเดียวกันแล้ว (UNCLOS 1982 เริ่มบังคับใช้กับไทยมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2554) UNCLOS 1982 คืออนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยกฎหมายทะเล ที่กำหนดหลักเกณฑ์ระหว่างประเทศเกี่ยวกับทะเล ไม่ว่าจะเป็นในการแบ่งเขตทางทะเล รวมไปถึงกลไกในการแก้ปัญหาเมื่อรัฐต่างๆ เกิดความขัดแย้งทางทะเล เช่น กรณีพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา ตัวบทกฎหมายในอนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้กับประเทศใด ประเทศนั้นต้องมีการให้รับรองเข้าผูกพันตามสนธิสัญญาหรือที่เรียกกันว่า “การให้สัตยาบัน“ แบบที่กัมพูชาเพิ่งทำไป ดังนั้น หากเกิดอะไรขึ้น กลไกภายใต้ UNCLOS จะถูกหยิบมาใช้ได้ทุกเมื่อ เพราะทั้งคู่ยอมรับแล้ว จังหวะเหมาะเจาะพอดีกับที่ไทยประกาศเรื่องการใช้กลไกใน UNCLOS มาเป็นกติกาในการเจรจาแทน MOU44 แต่ในตอนนั้นไทยระบุแค่กรอบกว้างๆ เป็นการตั้งรับอย่างดี แต่หากอนุมานจากท่าทีของไทยที่ผ่านมา ไทยย้ำถึงการเจรจาสองฝ่ายกับกัมพูชามาโดยตลอด (ซึ่งนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของกลไกตาม UNCLOS) แต่หารู้ไม่ว่าการประกาศกว้าง ๆ แบบนี้จะย้อนกลับมาสร้างความปั่นป่วนให้ไทยเอง เมื่อไทยประกาศแบบนี้แล้ว กัมพูชา ก็ไม่น้อยหน้า ตอบโต้ด้วยการประกาศเปลี่ยนมาใช้กลไก UNCLOS เป็นทางเลือกหลักทันที ในจุดนี้จึงดูเหมือนทั้งสองประเทศเห็นตรงกัน กลับมาฝั่งไทย หลังที่ประชุม ครม.